การศึกษาเปรียบเทียบระบบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยของประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น

ผู้วิจัย วิจิตรา สีสด1   สุรัสวดี ควรหา2   สุกัญญา แช่มช้อย3  

Date Published 2018-10-18 08:36:35
visit 106.

มหาวิทยาลัยของประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่นตามบริบทต่าง ๆ ของระบบการศึกษา เป็นการศึกษาในลักษณะบรรยาย ประเภทการวิเคราะห์เอกสารและศึกษาดูงานเชิงวิชาการ ณ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งผู้เขียนได้ศึกษาวิเคราะห์องค์ประกอบของการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยของประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น ทั้งหมด 7 ด้าน ผลการศึกษา พบว่า 1) ระบบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย ระยะเวลาในการเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยของประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นนั้นเท่ากัน คือ ระดับปริญญาตรี 4 ปี ระดับปริญญาโท 2 ปี และระดับปริญญาเอก 3 ปี แต่ประเทศญี่ปุ่น ผู้ที่มีความสามารถมีประสบการณ์เพียงพอในการทำวิทยานิพนธ์ จะสามารถส่งประเมินผ่านแค่วิทยานิพนธ์ได้โดยไม่ต้องเข้าระบบ การเรียนการสอนในระบบมหาวิทยาลัยเน้นการเรียนเชิงปฏิบัติการ และมีมหาวิทยาลัยเฉพาะทางที่สามารถรองรับอาชีพ ความต้องการของตลาดแรงงาน ได้มากกว่าประเทศไทย 2) นโยบายและปรัชญาการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย ทั้งประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น มีปรัชญาทางการศึกษาและนโยบายทางการศึกษาที่คล้ายกัน คือ การมุ่งเน้นพัฒนาคนด้วยความรู้ เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมในการพัฒนาความเจริญของประเทศ 3) การสนับสนุนจากภาครัฐ มหาวิทยาลัยในประเทศญี่ปุ่นทั้งเอกชนและรัฐบาลจะได้รับการสนับสนุนด้านการศึกษาจากกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงภาคเอกชน สำหรับประเทศไทยหลายมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ และภาคเอกชนมีอิสระในการบริหารจัดการ บางมหาวิทยาลัยเน้นจำนวนผู้เรียนมากกว่าคุณภาพ 4) ด้านการส่งเสริมการทำวิจัย ในประเทศญี่ปุ่นมีหน่วยงานระดับชาติในการจัดการเกี่ยวกับวิจัยทางการศึกษาโดยตรง ซึ่งในประเทศไทยยังไม่มี จึงทำให้ญี่ปุ่นมีปริมาณงานวิจัยที่สูงกว่าไทย แต่ในขณะเดียวกันทั้งประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นก็ขาดการประเมินงานวิจัยที่เหมาะสม รวมทั้งการเผยแพร่ผลงานวิจัยและนำผลงานวิจัยไปใช้ ยังทำไม่ได้มากเท่าที่ควร 5) การปฏิบัติงานของอาจารย์มหาวิทยาลัยในประเทศญี่ปุ่นค่าตอบแทนของอาจารย์มหาวิทยาลัยค่อนข้างสูงกว่าในประเทศไทย และประเทศญี่ปุ่นมีระบบอาจารย์ที่ปรึกษาที่เอื้อให้นักศึกษาได้มีความใกล้ชิดกับอาจารย์มากกว่า 6) การสอบและการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย ทั้งในประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นมีระบบการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยที่แตกต่างกัน ซึ่งผู้เรียนสามารถเลือกเข้าศึกษาได้ในวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยได้เหมือนกัน 7) การสอนภาษาที่ 3 ในระดับมหาวิทยาลัย ทั้งประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นมีจุดด้อยทางด้านภาษาเหมือนกัน แต่ในด้านการสอน ประเทศญี่ปุ่นจะเน้นให้นักศึกษาสามารถสื่อสารได้ และเข้าใจถึงวัฒนธรรม ส่วนในประเทศไทยจะเน้นการสอนในเรื่องหลักการใช้ภาษา ในด้านแนวทางการนำระบบการศึกษาญี่ปุ่นมาปรับใช้ในระบบการศึกษาของไทย คือการพัฒนาการศึกษาอยู่ตลอดเวลา และเน้นการสอนแบบปฏิบัติ ให้ผู้เรียนสามารถต่อยอดความรู้ที่ได้มากกว่าการท่องจำ ทั้งนี้ก็ควรคำนึงถึงบริบทของต่าง ๆ ที่มีความแตกต่างกันด้วย


Keyword :   การศึกษาเปรียบเทียบ1   ระบบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย2   การศึกษาในประเทศไทย3   การศึกษาในประเทศญี่ปุ่น4